0W-40
รถยนต์ PAO FULLY SYNTHETIC
ZIC TOP
ZIC TOP 0W-40

ZIC TOP เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ที่ให้สมรรถนะสูงสุด เปิดตัวในฐานะผลิตภัณฑ์ระดับเรือธงของ…

ดูสินค้า →
ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 54 รายการ · 9 กลุ่มดูสินค้าทั้งหมด →

น้ำมันหล่อลื่นคืออะไร

ทำความเข้าใจพื้นฐานของน้ำมันหล่อลื่น ตั้งแต่หน้าที่ในเครื่องยนต์ ส่วนประกอบ การแบ่งประเภท ไปจนถึงวิธีอ่านค่าความหนืดและมาตรฐานที่ระบุบนฉลาก

01

น้ำมันหล่อลื่นคืออะไร

เมื่อชิ้นส่วนโลหะสองชิ้นเคลื่อนที่เสียดสีกัน จะเกิดแรงเสียดทาน ความร้อน และการสึกหรอ การหล่อลื่นคือการแทรกสารบางอย่างเข้าไประหว่างผิวสัมผัสทั้งสอง เพื่อลดแรงเสียดทานและแยกผิวโลหะไม่ให้ถูกกันโดยตรง สารที่ทำหน้าที่นี้เรียกว่า “น้ำมันหล่อลื่น”

ในเครื่องยนต์ น้ำมันหล่อลื่นจึงไม่ได้ทำหน้าที่ “ลื่น” อย่างเดียว แต่เปรียบได้กับเลือดในร่างกาย คือหมุนเวียนไปทั่วเครื่อง พาความร้อนออก พาสิ่งสกปรกออก และบอกสภาพเครื่องยนต์ได้จากสภาพน้ำมัน

น้ำมันหล่อลื่นใช้กับทุกจุดที่มีการเสียดสี ตั้งแต่เครื่องยนต์รถยนต์ ระบบส่งกำลัง ไปจนถึงเครื่องจักรอุตสาหกรรมและเรือเดินสมุทร
น้ำมันหล่อลื่นใช้กับทุกจุดที่มีการเสียดสี ตั้งแต่เครื่องยนต์รถยนต์ ระบบส่งกำลัง ไปจนถึงเครื่องจักรอุตสาหกรรมและเรือเดินสมุทร
02

หน้าที่ 6 อย่างของน้ำมันหล่อลื่น

  1. ลดแรงเสียดทานและการสึกหรอหน้าที่หลักที่สุด สร้างฟิล์มน้ำมันคั่นระหว่างผิวโลหะ ไม่ให้สึกกร่อน
  2. ระบายความร้อนพาความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีและการเผาไหม้ออกจากจุดร้อน
  3. ชะล้างสิ่งสกปรกพาเขม่าจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เศษโลหะ และฝุ่น ออกจากผิวชิ้นส่วนไปกักไว้ที่ไส้กรอง
  4. ป้องกันสนิมและการกัดกร่อนเคลือบผิวโลหะไม่ให้สัมผัสออกซิเจน ความชื้น และแก๊สที่กัดกร่อน
  5. ช่วยซีลกำลังอัดอุดช่องว่างระหว่างแหวนลูกสูบกับผนังกระบอกสูบ ไม่ให้กำลังอัดรั่ว
  6. กระจายแรงกดเกลี่ยแรงที่กดลงเฉพาะจุดให้กระจายทั่วผิวสัมผัส ยืดอายุชิ้นส่วน
เปรียบเทียบหน้าที่ของน้ำมันหล่อลื่นกับการทำงานของเลือดในร่างกาย
เปรียบเทียบหน้าที่ของน้ำมันหล่อลื่นกับการทำงานของเลือดในร่างกาย
03

สภาวะการหล่อลื่น 3 แบบ

ความหนาของฟิล์มน้ำมันระหว่างผิวสัมผัสไม่เท่ากันตลอดเวลา แบ่งได้เป็น 3 สภาวะ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมน้ำมันเครื่องต้องมีสารเพิ่มคุณภาพ ไม่ใช่แค่น้ำมันเปล่า ๆ

  1. ฟิล์มเต็ม (Fluid-film)ฟิล์มน้ำมันหนาพอจะแยกผิวโลหะออกจากกันได้สนิท เป็นสภาวะที่ดีที่สุด แทบไม่มีการสึกหรอ
  2. ฟิล์มบาง (Boundary)ฟิล์มบางลงจนผิวโลหะเกือบแตะกัน เช่น ตอนสตาร์ตเครื่องเย็นหรือน้ำมันน้อย ต้องอาศัยสารเพิ่มคุณภาพช่วยเกาะผิวโลหะไว้
  3. แรงกดสูง (Extreme Pressure)เมื่อรับภาระหนักมากหรือร้อนจัด ผิวโลหะจะชนกันจนเสียหาย ต้องใช้สารเพิ่มคุณภาพชนิด EP ที่ทำปฏิกิริยากับผิวโลหะเกิดเป็นฟิล์มปกป้อง
04

ส่วนประกอบและประเภท

น้ำมันหล่อลื่นประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ น้ำมันพื้นฐาน (Base Oil) และสารเพิ่มคุณภาพ (Additives) คุณภาพของน้ำมันพื้นฐานเป็นตัวกำหนดคุณภาพน้ำมันเครื่องมากที่สุด

การแบ่งประเภทน้ำมันหล่อลื่น: ของเหลว (น้ำมัน) · กึ่งแข็ง (จาระบี) · ของแข็ง
การแบ่งประเภทน้ำมันหล่อลื่น: ของเหลว (น้ำมัน) · กึ่งแข็ง (จาระบี) · ของแข็ง
  • น้ำมันแร่ (Mineral) — กลั่นจากน้ำมันดิบ แบ่งเป็นกลุ่มพาราฟินิกและแนฟทีนิก พาราฟินิกมีดัชนีความหนืดสูงกว่า จึงนิยมใช้ทำน้ำมันเครื่อง
  • น้ำมันสังเคราะห์ (Synthetic) — สังเคราะห์ขึ้นทางเคมี ทนความร้อนและการเกิดออกซิเดชันได้ดีกว่ามาก ระเหยต่ำ อายุการใช้งานยาวกว่า
  • น้ำมันจากไขมัน (Fatty) — จากพืชและสัตว์ ใช้ผสมหรือใช้ในงานเฉพาะ เช่น น้ำมันตัดกลึง
  • จาระบี (Grease) — น้ำมันผสมสารอุ้ม (Thickener) ให้เป็นกึ่งแข็ง ใช้จุดที่ต้องการให้สารหล่อลื่นอยู่กับที่ เช่น ลูกปืนล้อ
ดัชนีความหนืด (Viscosity Index – VI) บอกว่าความหนืดเปลี่ยนไปมากแค่ไหนเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน ยิ่งค่าสูงยิ่งเสถียร น้ำมันพื้นฐาน YUBASE ของ ZIC เป็นกลุ่มค่าดัชนีความหนืดสูงมาก (VHVI)
05

ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง (SAE J300)

ตัวเลขบนฉลากอย่าง 5W-30 มาจากมาตรฐาน SAE J300 ตัวเลขหน้า W (Winter) คือความสามารถในการไหลตอนเครื่องเย็น ยิ่งน้อยยิ่งไหลดีตอนสตาร์ต ส่วนตัวเลขหลังคือความหนืดที่อุณหภูมิใช้งาน 100°C

เบอร์ความหนืดตอนสตาร์ตเย็น CCS (cP)ความหนืดตอนปั๊มดูด MRV (cP)ความหนืดที่ 100°C ต่ำสุด (cSt)ความหนืดที่ 100°C สูงสุด (cSt)HTHS ที่ 150°C ต่ำสุด (cP)
0W6,200 ที่ -35°C60,000 ที่ -40°C3.8——
5W6,600 ที่ -30°C60,000 ที่ -35°C3.8——
10W7,000 ที่ -25°C60,000 ที่ -30°C4.1——
15W7,000 ที่ -20°C60,000 ที่ -25°C5.6——
20W9,500 ที่ -15°C60,000 ที่ -20°C5.6——
25W13,000 ที่ -10°C60,000 ที่ -15°C9.3——
20——6.9น้อยกว่า 9.32.6
30——9.3น้อยกว่า 12.52.9
40——12.5น้อยกว่า 16.33.5 (0W-40, 5W-40, 10W-40) · 3.7 (15W-40, 20W-40, 25W-40)
50——16.3น้อยกว่า 21.93.7
60——21.9น้อยกว่า 26.13.7
HTHS (High Temperature High Shear) คือความหนืดที่ 150°C ภายใต้แรงเฉือนสูง เป็นตัวบอกว่าฟิล์มน้ำมันยังอยู่ไหมตอนเครื่องร้อนจัดและทำงานหนัก · มาตรฐานยังมีเบอร์ 8, 12 และ 16 สำหรับน้ำมันความหนืดต่ำพิเศษที่เน้นประหยัดน้ำมัน
น้ำมันเกียร์ใช้มาตรฐานคนละชุดกับน้ำมันเครื่อง (SAE J306) ตัวเลขจึงสูงกว่า เช่น 75W-90 ไม่ได้แปลว่าข้นกว่าน้ำมันเครื่อง 5W-30 เสมอไป
น้ำมันเกียร์ใช้มาตรฐานคนละชุดกับน้ำมันเครื่อง (SAE J306) ตัวเลขจึงสูงกว่า เช่น 75W-90 ไม่ได้แปลว่าข้นกว่าน้ำมันเครื่อง 5W-30 เสมอไป
06

ค่าความหนืดน้ำมันอุตสาหกรรม (ISO VG)

น้ำมันไฮดรอลิก น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม และจาระบีบางชนิด ใช้ระบบ ISO VG ซึ่งอ้างอิงความหนืดที่ 40°C โดยค่ากลางบวกลบได้ไม่เกิน 10%

เบอร์ ISO VGค่ากลางที่ 40°C (cSt)ต่ำสุดสูงสุด
ISO VG 22.21.982.42
ISO VG 33.22.883.52
ISO VG 54.64.145.06
ISO VG 76.86.127.48
ISO VG 10109.0011.0
ISO VG 151513.516.5
ISO VG 222219.824.2
ISO VG 323228.835.2
ISO VG 464641.450.6
ISO VG 686861.274.8
ISO VG 10010090.0110
ISO VG 150150135165
ISO VG 220220198242
ISO VG 320320288352
ISO VG 460460414506
ISO VG 680680612748
ISO VG 100010009001100
ISO VG 1500150013501650
จาระบี ZIC CROWN GREASE EP 2 ใช้ค่าอ้างอิงจากระบบนี้เช่นกัน
07

มาตรฐานบนฉลาก

  • API (อเมริกา) — เบนซินขึ้นต้นด้วย S เช่น SN, SP · ดีเซลขึ้นต้นด้วย C เช่น CI-4, CK-4 ยิ่งตัวอักษรท้ายใหม่ ยิ่งทนการเกิดออกซิเดชันและปกป้องดีขึ้น
  • ILSAC (อเมริกา/ญี่ปุ่น) — เช่น GF-5, GF-6 เน้นเรื่องประหยัดน้ำมันเพิ่มจากมาตรฐาน API
  • ACEA (ยุโรป) — A/B สำหรับรถยนต์นั่ง, C สำหรับรถที่มีระบบบำบัดไอเสีย (ค่า SAPS ต่ำ), E สำหรับรถบรรทุกงานหนัก
  • มาตรฐานของผู้ผลิตรถเอง (OEM) — เช่น MB 229.51, VW 504 00/507 00, Dexos, MAN M 3477, Volvo VDS-4 รถบางรุ่นต้องใช้ตามที่ค่ายกำหนดเท่านั้น
กลุ่ม C ของ ACEA แบ่งตามปริมาณ SAPS และค่า HTHS — ยิ่ง SAPS ต่ำยิ่งถนอมระบบบำบัดไอเสีย (DPF/GPF)
กลุ่ม C ของ ACEA แบ่งตามปริมาณ SAPS และค่า HTHS — ยิ่ง SAPS ต่ำยิ่งถนอมระบบบำบัดไอเสีย (DPF/GPF)
เครื่องยนต์ที่มีระบบบำบัดไอเสีย เช่น DPF ต้องใช้น้ำมันค่า SAPS ต่ำตามที่ผู้ผลิตกำหนด ถ้าใช้ผิดประเภทระบบกรองจะตันเร็วกว่ากำหนด
08

แนวโน้มของน้ำมันหล่อลื่น

  1. ความหนืดต่ำลงเพื่อประหยัดน้ำมันกฎหมายสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเข้มขึ้น น้ำมันจึงบางลงเรื่อย ๆ เช่น 0W-20, 0W-16 แต่ยังต้องรักษาฟิล์มให้อยู่
  2. ระยะเปลี่ยนถ่ายยาวขึ้นพัฒนาน้ำมันพื้นฐานและสารเพิ่มคุณภาพให้ทนออกซิเดชันและระเหยน้อยลง
  3. เข้ากับระบบบำบัดไอเสียลดปริมาณ SAPS (เถ้าซัลเฟต ฟอสฟอรัส กำมะถัน) เพื่อยืดอายุ DPF และตัวเร่งปฏิกิริยา
ทิศทางของอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่นทั่วโลก
ทิศทางของอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่นทั่วโลก
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยจากข้อมูลทางเทคนิคของ SK Enmove (skzic.com) โดยได้รับอนุญาต · ค่ามาตรฐานอ้างอิงจาก SAE J300, SAE J306 และ ISO 3448

เลือกน้ำมันที่เหมาะกับรถของคุณ

เลือกดูผลิตภัณฑ์ ZIC ที่ตรงกับเบอร์และมาตรฐานที่รถของคุณต้องการ